monk1

พระปลัดสมบูรณ์ สุมงฺคโล

ปั่นจักรยานเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556

การปั่นจักรยานด้วยชุดลำลองปกติยังคงเป็นเรื่องหาดูได้ยากในประเทศไทย เท่าที่ผมพบผู้ใช้จักรยานในพื้นที่ต่างๆจนถึง ณ ตอนนี้ โดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มครับ

กลุ่มแรก คือ ประชาชนผู้ยากไร้ซึ่งใช้จักรยานเป็นวิถีการเดินทางในราคาประหยัด บ่อยครั้งก็ได้เห็นการใช้จักรยานในกลุ่มผู้ใช้แรงงานด้านอุตสาหกรรมและผู้สูงวัย และกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มคนผู้ที่มีฐานะที่ใช้จักรยานสำหรับการกีฬาหรือการท่องเที่ยว และส่วนใหญ่จะใช้จักรยานรูปทรงสวยงามหลากหลายรูปแบบและมาพร้อมกับชุดกีฬา เมื่อออกจากกรุงเทพฯ ผมก็ไม่ค่อยได้เห็นกลุ่มประชาชนคนชั้นกลางที่ใช้จักรยานเป็นกิจวัตรเท่าใดนัก แต่อย่างน้อยที่สุด จนกระทั่งผมได้ปั่นมาถึงอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตามท้องถนนของที่นั่น ผมได้พบว่าตัวผมเองอยู่ท่ามกลางเด็กนักเรียนมากมายและคุณแม่ทั้งหลายที่ปั่นจักรยานไปพร้อมกับลูกๆของพวกเธอ ผมครุ่นคิดอยู่เพียงไม่นานก็ถึงบางอ้อว่าเพราะอะไร? ใช่เลย…ผมรู้แล้วว่าชาวไทยส่วนใหญ่เป็นจำนวนมากได้ยึดถือพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของพวกเขา แล้วเราพบคุณค่าของศาสนาได้หรือไม่เมื่ออยู่บนอานจักรยาน? Phra Somboonหลวงพ่อสมบูรณ์ สุมังคโล ท่านเป็นที่รู้จักกันดีในนามพระสงฆ์ไทยที่ปั่นจักรยาน ท่านมักจะรับกิจนิมนต์ออกทริปใหญ่ๆไปปั่นอยู่บ่อยๆ แต่ผมโชคดีที่ได้พบท่านที่วัดป่าลานหินตัด วัดที่ท่านดูแลและจำวัดอยู่ หลวงพ่อสมบูรณ์ อายุ 54 ปี ท่านได้ปั่นจักรยานในเพศสมณะมาได้แปดปีแล้ว เป้าหมายของหลวงพ่อคือสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเพื่อที่จะได้ให้ทำสิ่งเดียวกันกับที่ท่านเห็น กล่าวคือ การปั่นจักรยานนั้นเป็นพาหนะที่ประหยัดเวลา พลังงานและเงิน แต่มีประสิทธิภาพมาก เป็นมิตรกับโลก และเป็นวิถีแห่งสุขภาพเมื่อใช้ปั่นไปตามที่ต่างๆ ท่านหวังใจเช่นกันว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับพระสงฆ์รูปอื่นๆที่จะได้ช่วยเป็นผู้นำเผยแพร่สารประโยชน์นี้เพิ่มขึ้นไปสู่หมู่มวลชนชาวไทย แต่ทว่าพระภิกษุอีกเป็นจำนวนมากยังคงมองว่าการปั่นจักรยานไปตามที่ต่างๆเป็นเรื่องยาก บวกกับนิยมใช้รถโดยสารประจำทาง รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์มากกว่า ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรู้สึกปีติยินดีมากที่ได้พบพระสงฆ์ผู้เปี่ยมแรงบันดาลใจรูปนี้ หลวงพ่อสมบูรณ์ได้เผยแพร่การตระหนักรู้คุณค่าแห่งการใช้จักรยานสู่สังคมไทยเป็นเวลามากว่าหลายปีแล้ว ขอขอบคุณสื่อมวลชวนไทย มา ณ ที่นี้ด้วยครับ (ชมตัวอย่างรายการตอนนี้ของรายการ Human Ride จักรยานบันดาลใจ ตอน พระปลัดสมบูรณ์ สุมังคโล ได้ที่นี่ครับ http://youtu.be/iPAwYF5ttvw)

แต่ชื่อเสียงในทางไม่ค่อยดีของท่านก็ถูกพูดถึงในวงกว้างเช่นเดียวกัน เพียงเพราะเจตจำนงส่วนตัวของท่านในการที่จะแบ่งปันประสบการณ์การปั่นจักรยานผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นท่านพกไอแพ็ดไว้กับตัวอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้แชร์รูปและเรื่องราวต่างๆทันทีหลังจากที่ท่านได้เก็บภาพไว้ แม้ว่าจักรยานจะดึงดูดผู้คนให้มาสนใจในตัวหลวงพ่อสมบูรณ์ แต่ท่านก็ได้เน้นย้ำว่ามันเป็นเพียงสื่อกลางเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแก่นสารจริงๆที่ท่านอยากจะสื่อ เมื่อพูดถึงสารที่หลวงพ่ออยากจะสื่อแก่ผู้คนทั่วไปนั้น ท่านมีความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในชีวิตเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ท่านสอนคือ 1.จงคิดถึงคนอื่นก่อนคิดถึงตัวเอง 2.ความสุขเกิดขึ้นในหัวใจของคุณ ไม่ได้อยู่ที่สิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของ 3. ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น และ 4. จงมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ คำตอบจากคำถามหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าหลวงพ่อท่านกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับอนาคตนั่นก็คือ ท่านได้กล่าวว่าความไม่รู้จักอดทนอดกลั้นและความเห็นแก่ตัวของผู้คนในสังคมจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลวงพ่อท่านกังวลว่าต่อไปผู้คนจะตระหนักถึงความสำคัญของศาสนาน้อยลงเรื่อยๆ เพราะท่านเชื่อว่าหากไม่มีหลักศาสนาให้ดำเนินตาม ผู้คนก็จะสูญเสียคุณค่าที่สำคัญนานัปการไปและยังมีความสำคัญโดยตรงกับสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่อีกด้วย หนึ่งในบุคคลตัวอย่างที่ดีของหลวงพ่อคือ คุณตาจารึก ชายชราชาวไทยวัย 72 ปีผู้ซึ่งยังคงปั่นจักรยานได้อย่างแข็งแรง หลวงพ่อสมบูรณ์ได้ติดตามและปั่นไปกับคุณตามาเป็นเวลาสามปีแล้ว และท่านก็ได้กล่าวว่าท่านอิจฉาที่คุณตาจารึกยังคงปั่นจักรยานด้วยระยะทางที่ไกลมากในเวลาหนึ่งวันโดยที่อายุไม่เป็นอุปสรรคเลย สำหรับผม นี่มันช่างเป็นคำกล่าวที่ชวนให้รู้สึกอ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งนัก เมื่อหลวงพ่อสมบูรณ์กำลังจะเล่าให้ผมฟังว่าท่านเคยไปร่วมทริปปั่นจักรยานอันน่าประทับใจอย่างยิ่ง ซึ่งกินระยะทางมากถึงกว่า 8,000 กิโลเมตรภายในเวลา 4 เดือนเท่านั้น ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ท่านไปกับกลุ่มกลุ่มหนึ่งที่มีสมาชิกอยู่ 20 คน และมีอายุ 50 ปีขึ้นไปกันทุกคน แต่ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้นหรอกครับที่อยากจะมีสุขภาพดี หลวงพ่อสมบูรณ์ยังได้ตระหนักถึงเด็กๆมากกว่าใครๆเพราะท่านมองว่าเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลวงพ่อท่านถึงได้ปั่นจักรยานไปกับเด็กนักเรียนในท้องถิ่นซึ่งมีอายุตั้งแต่ 9 ถึง 13 ปี ไปรอบๆบริเวณปราสาทเขาพนมรุ้งในทุกๆวันเสาร์ที่ท่านว่าง พวกเขาปั่นไกลถึง 60 กิโลเมตร โดยมีสมาชิกประมาณ 10 ถึง 30 คน และร่วมร้องบทสวดมนตร์และบทเพลงภาวนาไปตามทาง

The Monk Cycling with bthe kidsเมื่อมาถึงตอนเย็น ผมกับหลวงพ่อ พวกเราได้ปั่นผ่านไปบริเวณรอบๆวัด ระหว่างทาง เด็กๆหลายคนก็ได้มาร่วมปั่นจักรยานไปกับพวกเราด้วย สำหรับผม จนถึงตอนนี้ ผมได้พิสูจน์แล้วว่าพระภิกษุสงฆ์ผู้ควรค่าแก่ความเคารพรูปนี้ ท่านสามารถส่งเสริมให้คนไทยใช้จักรยานได้อย่างมากมายจริงๆ หลวงพ่อสมบูรณ์ได้เล่าต่อว่าท่านได้รับการสัมภาษณ์จากสื่อมวลชนชาวออสเตรียและเยอรมันแต่ไม่มีการแพร่ภาพผ่านทีวีต่างประเทศ ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เพราะท่านได้บอกผมว่าท่านกำลังวางแผนไว้สำหรับพิพิธภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจแห่งหนึ่ง ก่อนผมจะจากวัดไป หลวงพ่อท่านอยากให้ผมได้เห็นอะไรบางอย่างที่แสนพิเศษ ท่านปลดล็อกประตูของโรงรถลึกลับ และผมก็ได้พบกับคอลเล็กชั่นบรรดาจักรยานที่มีเอกลักษณ์จากทั่วทุกมุมโลก ผมรู้สึกประทับใจและคิดว่านี่น่าจะเป็นสาระสำคัญแห่งช่วงชีวิตก่อนที่พระสงฆ์ผู้น่าเลื่อมใสรูปนี้จะเปลี่ยนโลกได้สำเร็จ ขอขอบคุณจันทร์จ๋าเป็นพิเศษ สำหรับการที่แนะนำให้ผมเดินทางไปที่วัด รวมถึงขอบคุณสำหรับการแปลบทความเป็นภาษาไทยของเธอด้วยครับ ขอขอบคุณอันเจโลสำหรับการเป็นล่ามให้ผมที่นั่นครับขอขอบคุณเบธ เฮิร์น ครับสำหรับการที่เธอช่วยตรวจทานบทความภาษาอังกฤษให้ผมเสมอมา และที่ขาดไม่ได้ ขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งครับที่ให้ผมได้ค้างคืนในวัด นับเป็นช่วงเวลาอันควรค่าแก่การจดจำที่สุดครั้งหนึ่งของผมเลยครับ

monk2.jpg